fbpx

ฉีด PRP รักษาเข่าเสื่อม ช่วยอะไรได้บ้าง?

prp-injection

Table of Contents

เข้าใจคำแนะนำปี 2027 จากสมาคมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูสหรัฐฯ

เมื่อปวดเข่าจนเดินไม่คล่อง ขึ้นลงบันไดลำบาก หรือทำกิจกรรมที่เคยชอบไม่ได้ หลายคนเริ่มมองหาการรักษาโดยไม่ผ่าตัด และหนึ่งในวิธีที่ได้ยินบ่อยคือ การฉีด PRP

แต่ PRP เหมาะกับใคร ช่วยได้แค่ไหน และทำให้กระดูกอ่อนกลับมาใหม่ได้จริงหรือไม่?

ในปี 2026 สมาคมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูของสหรัฐฯ หรือ AAPM&R เผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับ PRP สำหรับข้อเข่าเสื่อม โดยรวบรวมงานวิจัยร่วมกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้แพทย์เลือกใช้การรักษานี้อย่างเหมาะสม

PRP คืออะไร?

PRP ย่อมาจาก Platelet-Rich Plasma คือ พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งเตรียมจากเลือดของผู้ป่วยเอง ก่อนนำมาฉีดเข้าข้อเข่า

เกล็ดเลือดมีสารหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตอบสนองและซ่อมแซมของร่างกาย การนำมาใช้ในข้อเข่าเสื่อมมีเป้าหมายเพื่อช่วยปรับสภาพการอักเสบ ลดอาการปวด และเพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อ

PRP ไม่ใช่สเต็มเซลล์ และไม่ได้เป็นการเติมกระดูกอ่อนเข้าไปในข้อโดยตรง

ใครอาจได้รับประโยชน์จาก PRP?

คำแนะนำฉบับนี้เสนอให้พิจารณา PRP ในผู้ที่มี ข้อเข่าเสื่อมระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และยังมีอาการแม้ได้รับการรักษาพื้นฐานแล้ว เช่น การออกกำลังกาย กายภาพบำบัด การควบคุมน้ำหนัก หรือการใช้ยาตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีรักษาไม่ได้ดูจากภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว แพทย์ต้องประเมินอาการ ตรวจร่างกาย และพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เพราะอาการปวดเข่าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ

สำหรับเข่าเสื่อมรุนแรง ผลจากการฉีด PRP เข้าข้อยังไม่แน่นอน และอาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น รวมถึงการผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้

PRP ทุกครั้งเหมือนกันหรือไม่?

แม้จะเรียกว่า PRP เหมือนกัน แต่ผลิตภัณฑ์ที่เตรียมได้อาจแตกต่างกัน ทั้งจำนวนเกล็ดเลือด ปริมาตร และองค์ประกอบของเม็ดเลือดชนิดอื่น ความแตกต่างเหล่านี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่งานวิจัยให้ผลไม่ตรงกันทั้งหมด

บทความจึงให้ความสำคัญกับ ปริมาณเกล็ดเลือดทั้งหมดที่ผู้ป่วยได้รับ มากกว่าดูเพียงว่าฉีดกี่มิลลิลิตร หรือเข้มข้นกี่เท่า

สำหรับประชาชน ประเด็นนี้หมายความว่า ควรสอบถามแพทย์ถึงวิธีเตรียมและมาตรฐานของ PRP รวมถึงเหตุผลที่เลือกใช้กับอาการของตนเอง โดยไม่ตัดสินจากชื่อการรักษาหรือราคาเพียงอย่างเดียว

 

prp-injection2

 

จำเป็นต้องฉีดหลายครั้งไหม?

ยังไม่มีจำนวนครั้งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน

งานวิจัยพบว่าการฉีดหลายครั้งให้ผลดีกว่าครั้งเดียว คำแนะนำให้ประเมินการตอบสนองหลังฉีด ทั้งอาการปวด การเคลื่อนไหว และการทำกิจกรรม ก่อนวางแผนครั้งต่อไป

การใช้อัลตราซาวนด์ช่วยอย่างไร?

บทความแนะนำให้ใช้อัลตราซาวนด์นำทางการฉีด เพื่อให้แพทย์มองเห็นตำแหน่งเข็มและช่วยให้ฉีดเข้าข้อได้แม่นยำขึ้น หากมีน้ำในข้อ อาจพิจารณาดูดออกก่อนฉีดตามความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของการฉีดเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพการรักษา แต่ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ เพราะผลยังขึ้นกับสภาพข้อและปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย

มีความเสี่ยงหรือไม่?

หลังฉีดอาจมีอาการปวด บวม หรือตึงชั่วคราว แม้เตรียมจากเลือดของตนเอง ก็ยังมีความเสี่ยงจากหัตถการ เช่น เลือดออกหรือการติดเชื้อ

ก่อนรักษาควรแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้ให้ครบ โดยเฉพาะยาต้านเกล็ดเลือดและยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบ ไม่ควรหยุดยาประจำเอง แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

ฉีดแล้ว ยังต้องบริหารเข่าไหม?

ยังจำเป็นครับ PRP ควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลข้อเข่าเสื่อมร่วมกับการฝึกกล้ามเนื้อ การปรับกิจกรรม และการควบคุมน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน

การประเมินผลจึงควรมองมากกว่าคะแนนปวด เช่น เดินได้ไกลขึ้นหรือไม่ ลุกจากเก้าอี้สะดวกขึ้นไหม และกลับไปทำกิจกรรมที่มีความหมายต่อชีวิตได้เพียงใด

การรักษาเข่าเสื่อมที่เหมาะสม เริ่มจากการประเมินให้เข้าใจปัญหาของแต่ละคน

หากคุณมีอาการปวดเข่า เดินไม่คล่อง หรือเริ่มทำกิจกรรมที่ชอบได้ลำบาก สามารถเข้ารับการตรวจประเมินที่ BoneFit Clinic ศูนย์ข้อเข่า เพื่อค้นหาสาเหตุ ประเมินระยะโรค และวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ ทั้งการฟื้นฟู การใช้ยา หรือการฉีดเมื่อมีข้อบ่งชี้ โดยคำนึงถึงสุขภาพและเป้าหมายการใช้ชีวิตของคุณ

เรียบเรียงโดย

นพ.กนกพล ธนกิจรุ่งทวี
ว.43747

  • แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ
  • อนุสาขาข้อเข่าและข้อสะโพก
  • ชำนาญการการรักษาด้วยเซลล์บำบัด

เอกสารอ้างอิง:

  1. Borg-Stein J, Jayaram P, Colorado BS, et al. AAPM&R guidance statement on platelet rich plasma for knee osteoarthritis. PM&R. 2026;18(Suppl. 2)–S35. doi:10.1002/pmrj.70144