fbpx

กระดูกเสื่อมเกิดจากอะไร ? เช็กสาเหตุหลักและรักษาให้แข็งแรง

กระดูกเสื่อมเกิดจากอะไร ? ศึกษาสาเหตุเพื่อรักษาให้ตรงจุด

Key takeaway

อาการกระดูกเสื่อม (Osteoarthritis) เกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอจนกระดูกเสียดสีกัน ก่อให้เกิดอาการปวด ข้อติด หรือมีเสียงดังในข้อเวลาเคลื่อนไหว ซึ่งแม้จะไม่สามารถรักษาให้กลับมาเหมือนใหม่ได้ แต่การรักษาในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การลดปวด เพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว และชะลอความเสื่อมสภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่าตัด ผ่านการปรับพฤติกรรม การใช้ยา การฉีดบำบัด ไปจนถึงการทำกายภาพบำบัดอย่างถูกวิธี

Table of Contents

หลายคนอาจมองว่า อาการปวดตามข้อ ข้อติดขัด หรือเสียงดัง “ก๊อบแก๊บ” เวลาขยับร่างกาย เป็นเรื่องปกติที่มาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคกระดูกเสื่อม หรือ Osteoarthritis ซึ่งเป็นภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย หรือสึกหรอลง จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพ หรือสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวได้ บทความนี้จึงจะพาไปหาคำตอบว่ากระดูกเสื่อมเกิดจากอะไร ? มีวิธีดูแลอย่างไรให้กลับมาเคลื่อนไหวได้คล่องตัวอีกครั้ง

ทำความเข้าใจต้นตอของปัญหา กระดูกเสื่อมเกิดจากอะไร

การจะรักษาให้ตรงจุด ต้องเข้าใจก่อนว่า ภาวะกระดูกเสื่อมไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการสะสมในหลายปัจจัย ดังนี้

การเสื่อมตามวัย 

สาเหตุหลักที่เลี่ยงได้ยากคือเรื่องของอายุ เพราะเมื่อเราอายุมากขึ้น กระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการผลิตคอลลาเจนและน้ำเลี้ยงข้อที่ลดลง ทั้งปริมาณและคุณภาพ ส่งผลให้กระดูกอ่อนผิวข้อขาดความยืดหยุ่น เริ่มแห้งและเปราะบาง จนกระทั่งบางลง เมื่อไม่มีตัวช่วยรองรับแรงกระแทก กระดูกจึงเกิดการเสียดสีกันโดยตรงจนนำไปสู่ความเจ็บปวดในที่สุด 

น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน 

ค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่สูงเกินเกณฑ์ส่งผลกระทบโดยตรงต่อข้อต่อที่ต้องรับน้ำหนักตัว โดยเฉพาะข้อเข่าและข้อสะโพกที่ต้องรับแรงกดมหาศาลในทุกก้าวที่เดิน การแบกน้ำหนักที่มากเกินไปตลอดเวลาส่งผลให้ผิวข้อเกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติและยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบภายในข้อต่อได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

พฤติกรรมการใช้งานที่ผิดวิธี

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันและการทำงานมีส่วนสำคัญอย่างมาก เช่น การนั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ นั่งยอง หรือการยกของหนักเป็นประจำด้วยท่าทางที่ฝืนธรรมชาติและสร้างแรงดันภายในข้อต่อสูงกว่าปกติ รวมถึงการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูงเป็นเวลานานโดยไม่มีการพักฟื้นที่เพียงพอ พฤติกรรมเหล่านี้คือปัจจัยกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร

อุบัติเหตุในอดีต 

หากเคยประสบอุบัติเหตุบริเวณข้อต่อในอดีต ไม่ว่าจะเป็นกระดูกหัก เส้นเอ็นฉีกขาด หรือข้อหลุดเคลื่อน แม้จะรักษาหายแล้ว แต่บ่อยครั้งที่โครงสร้างของข้อต่ออาจไม่กลับมาสมบูรณ์ 100% ส่งผลให้การกระจายน้ำหนักเวลาเคลื่อนไหวผิดเพี้ยนไปจากความสมดุลเดิม แรงกดที่ไม่เท่ากันนี้จะไปตกลงที่จุดใดจุดหนึ่งของผิวข้อมากเป็นพิเศษ นำไปสู่ภาวะข้อเสื่อมตามมาในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โรคกระดูกเสื่อม รักษาหายไหม ?

ในทางการแพทย์ หากหมายถึงการทำให้กระดูกกลับมาใหม่เอี่ยมเหมือนวัยรุ่น อาจเป็นไปได้ยาก แต่ยังสามารถรักษาให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติและหยุดยั้งอาการของโรคได้ โดยเป้าหมายหลักของการรักษา ได้แก่

  • ลดอาการปวดและอักเสบ : เพื่อให้ผู้ป่วยไม่ทรมานและหลับสบายขึ้น
  • เพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว : ช่วยให้ข้อไม่ติดขัด สามารถเหยียด-พับข้อได้สะดวก
  • ชะลอความเสื่อม : ยับยั้งไม่ให้โรคลุกลามไปยังระยะรุนแรงจนต้องลงเอยด้วยการผ่าตัด

แนวทางการรักษาข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ

การรับมือกับกระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุสามารถรักษาได้หลายรูปแบบ โดยแพทย์มักจะพิจารณาจากระดับความรุนแรงของอาการ ดังนี้

การปรับพฤติกรรม หัวใจสำคัญของการรักษา

นี่คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการดูแลข้อต่อระยะยาว โดยเน้นการลดปัจจัยเสี่ยงที่เข้าไปซ้ำเติมข้อต่อ เช่น การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเพื่อลดแรงกดทับผิวข้อ การหลีกเลี่ยงท่าทางที่ทำร้ายเข่าโดยตรงอย่างการขึ้น-ลงบันไดบ่อย หรือการนั่งยอง รวมถึงการเลือกใช้รองเท้าที่มีระบบซัพพอร์ตเท้าและกระจายน้ำหนักได้ดี การปรับพฤติกรรมเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันสามารถช่วยชะลอความเสื่อมและลดโอกาสที่โรคจะลุกลามไปยังระยะรุนแรงได้อย่างเห็นผล

การรักษาด้วยยา บรรเทาอาการในระยะเฉียบพลัน

ในรายที่มีอาการปวดหรืออักเสบชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาแก้ปวด หรือยาลดการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อช่วยระงับความเจ็บปวดให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การรับประทานอาหารเสริมประเภทสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น กลูโคซามีน หรือคอนโดรอิติน ตามคำแนะนำของแพทย์ ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงโครงสร้างกระดูกอ่อนและเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำเลี้ยงข้อในระยะยาวได้อีกด้วย

การฉีดบำบัด ทางเลือกเพื่อการฟื้นฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังหรือใช้ยาแล้วไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร การฉีดบำบัดถือเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เช่น การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม เพื่อช่วยลดการเสียดสีและเพิ่มความหล่อลื่นภายในข้อ หรือการฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้นของตัวผู้ป่วยเอง ซึ่งมีสารชีวโมเลกุลที่ช่วยกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและลดการอักเสบในระดับลึก ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกเบาสบายข้อมากขึ้นและชะลอเวลาการผ่าตัดออกไปได้นานขึ้น

กายภาพบำบัด สร้างความแข็งแรงจากภายใน

นักกายภาพมืออาชีพสามารถช่วยออกแบบโปรแกรมการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อรอบข้อต่อได้ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพก เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้แข็งแรงขึ้น จะทำหน้าที่คอยช่วยรับแรงกระแทกแทนกระดูกอ่อนผิวข้อ ลดภาระที่เข่าต้องแบกรับโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น การใช้เลเซอร์หรือเครื่องกระตุ้นแม่เหล็กมาช่วยลดปวด ทำให้การรักษาเห็นผลได้ชัดเจนและยั่งยืน

กระดูกเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาแบบมุ่งเน้นการฟื้นฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด

ข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ รักษาอย่างไรให้ได้ผล ?

การปล่อยให้อาการปวดเข่า หรือข้อติดขัดกลายเป็นเรื่องชินชา อาจเป็นการทำร้ายสุขภาพอย่างรุนแรงในระยะยาว เพราะสัญญาณเตือนเล็กน้อย อย่างเสียงดังก๊อบแก๊บ หรืออาการเสียวแปลบเวลาลุกนั่ง คือจุดเริ่มต้นของภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย หากปล่อยทิ้งไว้จนเข้าสู่ระยะรุนแรง ไม่เพียงแต่จะทำให้การเดินเหินลำบาก แต่ยังพรากช่วงเวลาแห่งความสุขในการทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวไปอย่างน่าเสียดาย

หากคุณ หรือคนที่รักกำลังเผชิญกับปัญหาข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุและมองหาว่าควรรักษาอย่างไรดีถึงจะได้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและไม่ต้องกังวลเรื่องการผ่าตัด ที่ Bonefit Clinic คือคลินิกเฉพาะทางกระดูกและข้อในกรุงเทพฯ ที่เข้าใจหัวอกผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างดี โดยมีทีมสหวิชาชีพที่ทำงานร่วมกัน ทั้งแพทย์เฉพาะทางออร์โธปิดิกส์ นักกายภาพบำบัด พยาบาล เพื่อมอบการรักษาข้อเข่าเสื่อมแบบบูรณาการที่เน้นการฟื้นฟูโดยไม่ต้องผ่าตัด นัดหมายแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 092-629-7964 หรือ LINE: @bonefitclinic

ข้อมูลอ้างอิง 

  1. Osteoarthritis. สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569. จาก https://www.nhs.uk/conditions/osteoarthritis/ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะกระดูกเสื่อม (FAQs)

A : สามารถรักษาได้ โดยเฉพาะหากตรวจพบในระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง การรักษาแบบไม่ผ่าตัด หรือ Conservative Treatment เช่น การทำกายภาพบำบัด การฉีดน้ำเลี้ยงข้อ การปรับพฤติกรรม ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงมากในการหยุดยั้งความเจ็บปวดและช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเดินได้คล่องตัวโดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอ

A : หากมีอาการปวดเสียวในข้ออย่างรุนแรงจนเดินไม่ได้ ข้อบวมแดงร้อน มีอาการข้อติดแข็งนานกว่า 30 นาทีหลังตื่นนอน หรือได้ยินเสียงเสียดสีในข้อชัดเจนควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยระยะของโรค

A : การทานคอลลาเจน โดยเฉพาะชนิดที่ 2 หรือกลูโคซามีน มีส่วนช่วยในการบำรุงโครงสร้างกระดูกอ่อนและเพิ่มคุณภาพน้ำเลี้ยงข้อ แต่ควรใช้เป็นวิธีเสริมควบคู่ไปกับการรักษาหลักและการปรับพฤติกรรมตามคำแนะนำของแพทย์

สามารถทำได้และควรทำอย่างยิ่ง แต่ต้องเลือกกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ (Low Impact) เช่น การว่ายน้ำ การปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา เพื่อช่วยพยุงข้อต่อให้รับแรงกดน้อยลง

เรียบเรียงโดย

นพ. กนกพล ธนกิจรุ่งทวี (หมอนิก)

แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ อนุสาขาข้อเข่าและข้อสะโพก 

การรักษาด้วยเซลล์บำบัด