Key takeaway
ภาวะหัวเข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บ ส่วนใหญ่มักเกิดจากกลไกปกติของข้อเข่า เช่น ฟองแก๊สในน้ำเลี้ยงข้อหรือการเคลื่อนตัวของเอ็นและกล้ามเนื้อ จึงยังไม่ถือว่าอันตรายในทันที อย่างไรก็ตาม หากเริ่มมีอาการร่วม เช่น ปวด เข่าฝืด เสียงดังถี่ขึ้น หรือมีอาการเวลาขึ้นลงบันได อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความผิดปกติในข้อเข่า โดยเฉพาะในคนอายุน้อยและวัยทำงานที่ใช้งานเข่าหนัก การปรับพฤติกรรม เสริมกล้ามเนื้อ และดูแลน้ำหนักตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมและปัญหาเรื้อรังในอนาคตได้
ในคนส่วนใหญ่ อาการเข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บมักไม่ใช่ภาวะอันตราย เพราะเสียงที่ได้ยินอาจเกิดจากกลไกปกติของข้อเข่าที่พบได้ทั้งในคนทั่วไปและคนที่สุขภาพของข้อเข่ายังดีอยู่ เช่น
หากภาวะหัวเข่ามีเสียงเกิดจากปัจจัยเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะไม่อันตรายและยังไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา
อย่างไรก็ตาม หากเริ่มสังเกตว่าหัวเข่ามีเสียงดังถี่ขึ้น รู้สึกเข่าฝืด ตึง หรือไม่ลื่นเหมือนเดิม และเริ่มมีอาการปวด โดยเฉพาะเวลาขึ้นลงบันได ย่อตัว หรือวิ่ง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความเสื่อมในข้อเข่า หรือภาวะเข่าหลวม
อาการหัวเข่ามีเสียงในกลุ่มคนอายุน้อยและวัยทำงานพบได้มากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยสาเหตุหลักมักไม่ได้มาจากความเสื่อมโดยตรง แต่เกิดจากพฤติกรรมและการใช้งาน ดังนี้
กล้ามเนื้อรอบเข่า โดยเฉพาะต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) และสะโพก มีบทบาทสำคัญในการพยุงข้อเข่า หากกล้ามเนื้ออ่อนแรง จะทำให้ข้อเข่ารับแรงมากขึ้นและหัวเข่ามีเสียงได้ง่าย
เช่น นั่งไขว่ห้างเป็นเวลานาน นั่งงอเข่าเกิน 90 องศานาน ๆ หรือยกของหนักโดยใช้เข่าไม่ถูกวิธี พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้แรงกระจายในข้อเข่าไม่สมดุล จึงเกิดเสียงขณะเคลื่อนไหวได้
ผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา เช่น วิ่ง กระโดด หรือเวทเทรนนิ่ง หากมีการใช้งานซ้ำ ๆ โดยไม่มีการฟื้นฟู อาจเกิดการเสียดสีในข้อเข่า และนำไปสู่ภาวะหัวเข่าดังก๊อบแก๊บได้
เช่น ขาโก่ง (Bow Legs) หรือเข่าชิด (Knock Knees) จะทำให้แรงกดในข้อเข่าไม่เท่ากัน ส่งผลให้หัวเข่ามีเสียง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการสึกของกระดูกอ่อนในระยะยาว
อาการหัวเข่ามีเสียงไม่ได้อันตรายเสมอไป โดยคุณสามารถประเมินเบื้องต้นได้จากลักษณะอาการร่วมดังตารางต่อไปนี้
ลักษณะอาการ | ความหมาย | คำแนะนำ |
เข่ามีเสียง แต่ไม่เจ็บ ไม่ปวด | มักเป็นกลไกปกติของข้อ | สังเกตอาการ ยังไม่ต้องกังวล |
มีเสียงและปวด | อาจมีการอักเสบหรือเริ่มมีการสึกของกระดูกอ่อน | ควรลดการใช้งาน และพิจารณาพบแพทย์ |
มีเสียงและบวม ร้อน หรือแดง | อาจมีภาวะอักเสบของข้อหรือเอ็น | ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย |
มีเสียงและเข่าล็อกหรือทรุด | อาจเกี่ยวข้องกับหมอนรองข้อเข่าฉีกหรือโครงสร้างผิดปกติ | ควรพบแพทย์โดยเร็ว |
หากมีอาการเข้าข่ายข้อที่ 2–4 ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ที่คลินิกกระดูกและกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันการลุกลามของปัญหา

แม้อาการเข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บจะยังไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในทันที แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ควรเริ่มดูแลข้อเข่าอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการเสื่อมในระยะยาว โดยสามารถเริ่มต้นได้จากการปรับพฤติกรรมและเสริมความแข็งแรงของร่างกายอย่างเหมาะสม
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันมีผลโดยตรงต่อสุขภาพข้อเข่าโดยที่หลายคนอาจไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องนั่งโต๊ะนานหรือใช้ท่าทางเดิมซ้ำ ๆ เช่น การนั่งงอเข่าเป็นเวลานาน นั่งไขว่ห้าง หรือย่อตัวบ่อย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้จะเพิ่มแรงกดภายในข้อเข่า ทำให้เกิดการเสียดสีและเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการหัวเข่ามีเสียงได้
การปรับพฤติกรรมควรเริ่มจากการเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยขึ้น ไม่นั่งท่าเดิมเกิน 30–60 นาที รวมถึงหลีกเลี่ยงท่าที่เพิ่มแรงกดโดยไม่จำเป็น เช่น การคุกเข่าหรือการยกของหนักโดยใช้เข่าเป็นหลัก
กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าและสะโพกมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงและกระจายแรงที่เกิดขึ้นในข้อเข่า หากกล้ามเนื้อบริเวณนี้อ่อนแรง จะทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงโดยตรงมากขึ้น จึงเกิดเสียงหรือความผิดปกติได้ง่าย
การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรง เช่น การเกร็งกล้ามเนื้อต้นขา การยกขาเหยียดตรง หรือการฝึก Squat อย่างถูกท่าทาง จะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้ข้อเข่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเสริมกล้ามเนื้อสะโพกยังช่วยควบคุมแนวการเคลื่อนไหวของขา ลดการบิดหรือเอียงของข้อเข่า
น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยสามารถเพิ่มแรงกดในข้อเข่าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อเข่ามาก เช่น การเดินขึ้นลงบันได การวิ่ง หรือการยืนเป็นเวลานาน แรงกดที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของอาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บ และยังเร่งให้กระดูกอ่อนในข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมเป็นการลดภาระของข้อเข่าโดยตรง ควรเน้นการรับประทานอาหารที่สมดุล ควบคู่กับการออกกำลังกายที่ไม่กระแทกข้อ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็ว เพื่อช่วยดูแลข้อเข่าอย่างยั่งยืน
รองเท้าที่ไม่มีการรองรับแรงกระแทก หรือพื้นแข็งเกินไป อาจเพิ่มแรงสะเทือนทุกครั้งที่เดินหรือวิ่ง ส่งผลให้ข้อเข่ารับภาระมากขึ้น และเกิดอาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บได้ง่ายขึ้น
การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งการซัปพอร์ตอุ้งเท้า ความนุ่มของพื้นรองเท้า และความเหมาะสมกับกิจกรรม เช่น รองเท้าสำหรับเดินหรือวิ่งที่มีระบบลดแรงกระแทก จะช่วยลดแรงที่ส่งต่อไปยังข้อเข่าได้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างเท้าหรือแนวขาผิดปกติ อาจพิจารณาใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล (Orthotics) เพื่อช่วยปรับสมดุลการลงน้ำหนัก และลดความเสี่ยงของปัญหาข้อเข่าในระยะยาว
อาการหัวเข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บอาจดูเหมือนไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่ในมุมมองทางการแพทย์ เสียงที่เกิดขึ้นในข้อเข่าคือหนึ่งในสัญญาณเตือนว่าระบบกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อกำลังเริ่มเสียสมดุล โดยเฉพาะในคนอายุน้อยและวัยทำงานที่มีพฤติกรรมการใช้งานเข่าหนัก นั่งนาน เคลื่อนไหวผิดท่า หรือขาดการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หากปล่อยไว้นานโดยไม่ประเมิน อาจพัฒนาไปสู่ภาวะข้อเข่าเสื่อม อาการปวดเรื้อรัง หรือเข่าหลวมในระยะยาวได้
Bonefit Clinic เป็นคลินิกกระดูกและข้อในกรุงเทพฯ ที่ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพครบวงจร มุ่งเน้นการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบ และอาการปวดต่าง ๆ ด้วยแนวทางแบบไม่ผ่าตัดเป็นลำดับแรก หนึ่งในโปรแกรมของเราคือ CTB Program (Cartilage Tissue Biomolecule Program) ซึ่งใช้เทคโนโลยีชีวโมเลกุลเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนในระดับเซลล์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 1–3 ช่วยลดอาการปวด ฟื้นตัวเร็ว และยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติระหว่างการรักษา
หากเริ่มมีอาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บ เสียงในข้อ หรือความรู้สึกไม่มั่นคงของเข่า สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจประเมินกับแพทย์ได้เลยวันนี้ เพื่อให้การดูแลข้อเข่าเป็นเรื่องที่แก้ได้ ก่อนที่อาการเล็กน้อยจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต โทร. 092-629-7964 หรือ LINE: @bonefitclinic
ข้อมูลอ้างอิง
A : อาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บเวลาขึ้นบันไดมักเกิดจากแรงกดที่เพิ่มขึ้นในข้อเข่า เนื่องจากการขึ้นลงบันไดเป็นกิจกรรมที่ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติหลายเท่า สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ กล้ามเนื้อรอบเข่าและสะโพกอ่อนแรง ทำให้ข้อเข่ารับแรงโดยตรงมากขึ้น การเคลื่อนตัวของกระดูกสะบ้าไม่สมดุล หรือการเสียดสีของกระดูกอ่อนภายในข้อเข่า หากมีเพียงเสียงโดยไม่มีอาการปวด มักยังไม่อันตราย แต่หากมีอาการเจ็บ เสียวเข่า หรือรู้สึกเข่าไม่มั่นคงร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันการลุกลาม
A : ไม่จำเป็นต้องงดออกกำลังกายทั้งหมด หากไม่มีอาการปวด บวม หรือเข่าหลวมร่วมด้วย ยังสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ แต่ควรเลือกกิจกรรมที่ไม่กระแทกข้อเข่ามาก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็ว และหลีกเลี่ยงท่าที่เพิ่มแรงกดในข้อเข่า เช่น การกระโดดหรือวิ่งลงเนิน รวมถึงควรเน้นการวอร์มอัปและคูลดาวน์ทุกครั้ง เพื่อลดแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บสะสม
A : โดยทั่วไป เสียงที่เกิดขึ้นหลังจากนั่งนานแล้วลุกขึ้นยืดเหยียด มักเกิดจากการเปลี่ยนแรงดันในข้อหรือการเคลื่อนตัวของโครงสร้างภายในข้อ ซึ่งถือเป็นกลไกปกติของร่างกาย หากไม่มีอาการเจ็บหรือฝืดร่วมด้วย มักไม่ใช่เรื่องน่ากังวล อย่างไรก็ตาม หากเริ่มรู้สึกตึงหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก ควรปรับพฤติกรรมการนั่งและลุกเดินเป็นระยะ
A : แม้อาการเข่ามีเสียงโดยไม่มีอาการเจ็บจะยังไม่ถือว่าเป็นโรค แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการประเมิน อาจทำให้พลาดโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น เช่น ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ หรือการสึกของกระดูกอ่อนในข้อเข่า การปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้อาการค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ปัญหาเรื้อรังที่รักษายากขึ้น ดังนั้น หากมีเสียงร่วมกับความรู้สึกผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อความมั่นใจ
เรียบเรียงโดย
นพ. กนกพล ธนกิจรุ่งทวี (หมอนิก)
แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ อนุสาขาข้อเข่าและข้อสะโพก
การรักษาด้วยเซลล์บำบัด
HOME
About Us
Services
Blog
Review & Testimonials
BONEFIT THAILAND
Our Products
OA Knee Center
คลินิกรักษาข้อเข่าเสื่อม, รักษาอาการข้อเข่าเสื่อม, เเพทย์รักษาอาการข้อเข่าเสื่อมโดยไม่ต้องผ่าตัด