fbpx

เข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บ เกิดจากอะไร ? เช็กสาเหตุและสัญญาณเตือน

ภาวะหัวเข่ามีเสียง อาจเกิดได้จากการที่กล้ามเนื้อรอบข้อเลื่อนผ่านกระดูกอ่อน

Key takeaway

ภาวะหัวเข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บ ส่วนใหญ่มักเกิดจากกลไกปกติของข้อเข่า เช่น ฟองแก๊สในน้ำเลี้ยงข้อหรือการเคลื่อนตัวของเอ็นและกล้ามเนื้อ จึงยังไม่ถือว่าอันตรายในทันที อย่างไรก็ตาม หากเริ่มมีอาการร่วม เช่น ปวด เข่าฝืด เสียงดังถี่ขึ้น หรือมีอาการเวลาขึ้นลงบันได อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความผิดปกติในข้อเข่า โดยเฉพาะในคนอายุน้อยและวัยทำงานที่ใช้งานเข่าหนัก การปรับพฤติกรรม เสริมกล้ามเนื้อ และดูแลน้ำหนักตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสี่ยงข้อเข่าเสื่อมและปัญหาเรื้อรังในอนาคตได้

Table of Contents

หัวเข่ามีเสียง แต่ไม่เจ็บ อันตรายไหม ?

ในคนส่วนใหญ่ อาการเข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บมักไม่ใช่ภาวะอันตราย เพราะเสียงที่ได้ยินอาจเกิดจากกลไกปกติของข้อเข่าที่พบได้ทั้งในคนทั่วไปและคนที่สุขภาพของข้อเข่ายังดีอยู่ เช่น

  • ฟองแก๊สขนาดเล็กในน้ำเลี้ยงข้อ (Synovial fluid) แตกตัว ภายในข้อเข่าจะมีน้ำเลี้ยงข้อที่ช่วยลดแรงเสียดทาน เมื่อมีการเคลื่อนไหว จะทำให้แรงดันภายในข้อเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้เกิดฟองแก๊สเล็ก ๆ และแตกตัว จนเป็นอาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บได้
  • เส้นเอ็นหรือกล้ามเนื้อรอบข้อเลื่อนผ่านผิวกระดูกหรือกระดูกอ่อน ในบางจังหวะของการงอหรือเหยียดเข่า เส้นเอ็นอาจเคลื่อนผ่านปุ่มกระดูก ทำให้เข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บ

หากภาวะหัวเข่ามีเสียงเกิดจากปัจจัยเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะไม่อันตรายและยังไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา

อย่างไรก็ตาม หากเริ่มสังเกตว่าหัวเข่ามีเสียงดังถี่ขึ้น รู้สึกเข่าฝืด ตึง หรือไม่ลื่นเหมือนเดิม และเริ่มมีอาการปวด โดยเฉพาะเวลาขึ้นลงบันได ย่อตัว หรือวิ่ง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความเสื่อมในข้อเข่า หรือภาวะเข่าหลวม

สาเหตุของอาการเข่ามีเสียงในคนอายุน้อยและวัยทำงาน

อาการหัวเข่ามีเสียงในกลุ่มคนอายุน้อยและวัยทำงานพบได้มากขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป โดยสาเหตุหลักมักไม่ได้มาจากความเสื่อมโดยตรง แต่เกิดจากพฤติกรรมและการใช้งาน ดังนี้

กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าอ่อนแรง

กล้ามเนื้อรอบเข่า โดยเฉพาะต้นขาด้านหน้า (Quadriceps) และสะโพก มีบทบาทสำคัญในการพยุงข้อเข่า หากกล้ามเนื้ออ่อนแรง จะทำให้ข้อเข่ารับแรงมากขึ้นและหัวเข่ามีเสียงได้ง่าย

การใช้งานเข่าผิดท่า

เช่น นั่งไขว่ห้างเป็นเวลานาน นั่งงอเข่าเกิน 90 องศานาน ๆ หรือยกของหนักโดยใช้เข่าไม่ถูกวิธี พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้แรงกระจายในข้อเข่าไม่สมดุล จึงเกิดเสียงขณะเคลื่อนไหวได้

การบาดเจ็บสะสมจากการเล่นกีฬา

ผู้ที่ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา เช่น วิ่ง กระโดด หรือเวทเทรนนิ่ง หากมีการใช้งานซ้ำ ๆ โดยไม่มีการฟื้นฟู อาจเกิดการเสียดสีในข้อเข่า และนำไปสู่ภาวะหัวเข่าดังก๊อบแก๊บได้

โครงสร้างขาผิดแนว

เช่น ขาโก่ง (Bow Legs) หรือเข่าชิด (Knock Knees) จะทำให้แรงกดในข้อเข่าไม่เท่ากัน ส่งผลให้หัวเข่ามีเสียง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการสึกของกระดูกอ่อนในระยะยาว

เมื่อไหร่ที่ “เสียงหัวเข่า” เริ่มน่ากังวล ?

อาการหัวเข่ามีเสียงไม่ได้อันตรายเสมอไป โดยคุณสามารถประเมินเบื้องต้นได้จากลักษณะอาการร่วมดังตารางต่อไปนี้

ลักษณะอาการ

ความหมาย

คำแนะนำ

เข่ามีเสียง แต่ไม่เจ็บ ไม่ปวด

มักเป็นกลไกปกติของข้อ

สังเกตอาการ ยังไม่ต้องกังวล

มีเสียงและปวด

อาจมีการอักเสบหรือเริ่มมีการสึกของกระดูกอ่อน

ควรลดการใช้งาน และพิจารณาพบแพทย์

มีเสียงและบวม ร้อน หรือแดง

อาจมีภาวะอักเสบของข้อหรือเอ็น

ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

มีเสียงและเข่าล็อกหรือทรุด

อาจเกี่ยวข้องกับหมอนรองข้อเข่าฉีกหรือโครงสร้างผิดปกติ

ควรพบแพทย์โดยเร็ว

หากมีอาการเข้าข่ายข้อที่ 2–4 ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ที่คลินิกกระดูกและกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันการลุกลามของปัญหา

หากหัวเข่าดังก๊อบแก๊บและมีอาการเจ็บร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์

การดูแลตัวเองเมื่อหัวเข่ามีเสียง ป้องกันโรคข้อเสื่อมได้

แม้อาการเข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บจะยังไม่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตในทันที แต่ก็ถือเป็นสัญญาณที่ควรเริ่มดูแลข้อเข่าอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการเสื่อมในระยะยาว โดยสามารถเริ่มต้นได้จากการปรับพฤติกรรมและเสริมความแข็งแรงของร่างกายอย่างเหมาะสม

ปรับพฤติกรรมการใช้งานเข่า

พฤติกรรมในชีวิตประจำวันมีผลโดยตรงต่อสุขภาพข้อเข่าโดยที่หลายคนอาจไม่รู้ตัว โดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานที่ต้องนั่งโต๊ะนานหรือใช้ท่าทางเดิมซ้ำ ๆ เช่น การนั่งงอเข่าเป็นเวลานาน นั่งไขว่ห้าง หรือย่อตัวบ่อย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้จะเพิ่มแรงกดภายในข้อเข่า ทำให้เกิดการเสียดสีและเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการหัวเข่ามีเสียงได้ 

การปรับพฤติกรรมควรเริ่มจากการเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยขึ้น ไม่นั่งท่าเดิมเกิน 30–60 นาที รวมถึงหลีกเลี่ยงท่าที่เพิ่มแรงกดโดยไม่จำเป็น เช่น การคุกเข่าหรือการยกของหนักโดยใช้เข่าเป็นหลัก

เสริมกล้ามเนื้อรอบเข่าและสะโพก

กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าและสะโพกมีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงและกระจายแรงที่เกิดขึ้นในข้อเข่า หากกล้ามเนื้อบริเวณนี้อ่อนแรง จะทำให้ข้อเข่าต้องรับแรงโดยตรงมากขึ้น จึงเกิดเสียงหรือความผิดปกติได้ง่าย 

การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรง เช่น การเกร็งกล้ามเนื้อต้นขา การยกขาเหยียดตรง หรือการฝึก Squat อย่างถูกท่าทาง จะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้ข้อเข่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การเสริมกล้ามเนื้อสะโพกยังช่วยควบคุมแนวการเคลื่อนไหวของขา ลดการบิดหรือเอียงของข้อเข่า 

ควบคุมน้ำหนักตัว

น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยสามารถเพิ่มแรงกดในข้อเข่าได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกิจกรรมที่ต้องใช้ข้อเข่ามาก เช่น การเดินขึ้นลงบันได การวิ่ง หรือการยืนเป็นเวลานาน แรงกดที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของอาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บ และยังเร่งให้กระดูกอ่อนในข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น

การควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสมเป็นการลดภาระของข้อเข่าโดยตรง ควรเน้นการรับประทานอาหารที่สมดุล ควบคู่กับการออกกำลังกายที่ไม่กระแทกข้อ เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็ว เพื่อช่วยดูแลข้อเข่าอย่างยั่งยืน

เลือกรองเท้าที่เหมาะสม

รองเท้าที่ไม่มีการรองรับแรงกระแทก หรือพื้นแข็งเกินไป อาจเพิ่มแรงสะเทือนทุกครั้งที่เดินหรือวิ่ง ส่งผลให้ข้อเข่ารับภาระมากขึ้น และเกิดอาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บได้ง่ายขึ้น 

การเลือกรองเท้าที่เหมาะสมควรพิจารณาทั้งการซัปพอร์ตอุ้งเท้า ความนุ่มของพื้นรองเท้า และความเหมาะสมกับกิจกรรม เช่น รองเท้าสำหรับเดินหรือวิ่งที่มีระบบลดแรงกระแทก จะช่วยลดแรงที่ส่งต่อไปยังข้อเข่าได้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีปัญหาโครงสร้างเท้าหรือแนวขาผิดปกติ อาจพิจารณาใช้แผ่นรองเท้าเฉพาะบุคคล (Orthotics) เพื่อช่วยปรับสมดุลการลงน้ำหนัก และลดความเสี่ยงของปัญหาข้อเข่าในระยะยาว

หัวเข่ามีเสียง สัญญาณเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนวทางดูแลที่ Bonefit Clinic

อาการหัวเข่ามีเสียงแต่ไม่เจ็บอาจดูเหมือนไม่รุนแรงในช่วงแรก แต่ในมุมมองทางการแพทย์ เสียงที่เกิดขึ้นในข้อเข่าคือหนึ่งในสัญญาณเตือนว่าระบบกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อกำลังเริ่มเสียสมดุล โดยเฉพาะในคนอายุน้อยและวัยทำงานที่มีพฤติกรรมการใช้งานเข่าหนัก นั่งนาน เคลื่อนไหวผิดท่า หรือขาดการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หากปล่อยไว้นานโดยไม่ประเมิน อาจพัฒนาไปสู่ภาวะข้อเข่าเสื่อม อาการปวดเรื้อรัง หรือเข่าหลวมในระยะยาวได้

Bonefit Clinic เป็นคลินิกกระดูกและข้อในกรุงเทพฯ ที่ดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ ร่วมกับทีมสหวิชาชีพครบวงจร มุ่งเน้นการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบ และอาการปวดต่าง ๆ ด้วยแนวทางแบบไม่ผ่าตัดเป็นลำดับแรก หนึ่งในโปรแกรมของเราคือ CTB Program (Cartilage Tissue Biomolecule Program) ซึ่งใช้เทคโนโลยีชีวโมเลกุลเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนในระดับเซลล์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 1–3 ช่วยลดอาการปวด ฟื้นตัวเร็ว และยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติระหว่างการรักษา

หากเริ่มมีอาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บ เสียงในข้อ หรือความรู้สึกไม่มั่นคงของเข่า สามารถเข้ารับคำปรึกษาและตรวจประเมินกับแพทย์ได้เลยวันนี้ เพื่อให้การดูแลข้อเข่าเป็นเรื่องที่แก้ได้ ก่อนที่อาการเล็กน้อยจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังในอนาคต โทร. 092-629-7964 หรือ LINE: @bonefitclinic

ข้อมูลอ้างอิง 

  1. Knee Crepitus. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569. จาก https://www.physio-pedia.com/Knee_Crepitus
  2. What to Know About Knee Cracking and Crepitus. สืบค้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569. จาก https://www.healthline.com/health/osteoarthritis/crepitus

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาวะหัวเข่ามีเสียง (FAQs)

A : อาการหัวเข่าดังก๊อบแก๊บเวลาขึ้นบันไดมักเกิดจากแรงกดที่เพิ่มขึ้นในข้อเข่า เนื่องจากการขึ้นลงบันไดเป็นกิจกรรมที่ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักมากกว่าปกติหลายเท่า สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ กล้ามเนื้อรอบเข่าและสะโพกอ่อนแรง ทำให้ข้อเข่ารับแรงโดยตรงมากขึ้น การเคลื่อนตัวของกระดูกสะบ้าไม่สมดุล หรือการเสียดสีของกระดูกอ่อนภายในข้อเข่า หากมีเพียงเสียงโดยไม่มีอาการปวด มักยังไม่อันตราย แต่หากมีอาการเจ็บ เสียวเข่า หรือรู้สึกเข่าไม่มั่นคงร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและป้องกันการลุกลาม

A : ไม่จำเป็นต้องงดออกกำลังกายทั้งหมด หากไม่มีอาการปวด บวม หรือเข่าหลวมร่วมด้วย ยังสามารถออกกำลังกายได้ตามปกติ แต่ควรเลือกกิจกรรมที่ไม่กระแทกข้อเข่ามาก เช่น ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือเดินเร็ว และหลีกเลี่ยงท่าที่เพิ่มแรงกดในข้อเข่า เช่น การกระโดดหรือวิ่งลงเนิน รวมถึงควรเน้นการวอร์มอัปและคูลดาวน์ทุกครั้ง เพื่อลดแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บสะสม

A : โดยทั่วไป เสียงที่เกิดขึ้นหลังจากนั่งนานแล้วลุกขึ้นยืดเหยียด มักเกิดจากการเปลี่ยนแรงดันในข้อหรือการเคลื่อนตัวของโครงสร้างภายในข้อ ซึ่งถือเป็นกลไกปกติของร่างกาย หากไม่มีอาการเจ็บหรือฝืดร่วมด้วย มักไม่ใช่เรื่องน่ากังวล อย่างไรก็ตาม หากเริ่มรู้สึกตึงหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก ควรปรับพฤติกรรมการนั่งและลุกเดินเป็นระยะ

A : แม้อาการเข่ามีเสียงโดยไม่มีอาการเจ็บจะยังไม่ถือว่าเป็นโรค แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องโดยไม่ได้รับการประเมิน อาจทำให้พลาดโอกาสในการตรวจพบความผิดปกติในระยะเริ่มต้น เช่น ความไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ หรือการสึกของกระดูกอ่อนในข้อเข่า การปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้อาการค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ปัญหาเรื้อรังที่รักษายากขึ้น ดังนั้น หากมีเสียงร่วมกับความรู้สึกผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อความมั่นใจ

เรียบเรียงโดย

นพ. กนกพล ธนกิจรุ่งทวี (หมอนิก)

แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ อนุสาขาข้อเข่าและข้อสะโพก 

การรักษาด้วยเซลล์บำบัด