เมื่อปวดเข่าจนเดินไม่คล่อง ขึ้นลงบันไดลำบาก หรือทำกิจกรรมที่เคยชอบไม่ได้ หลายคนเริ่มมองหาการรักษาโดยไม่ผ่าตัด และหนึ่งในวิธีที่ได้ยินบ่อยคือ การฉีด PRP
แต่ PRP เหมาะกับใคร ช่วยได้แค่ไหน และทำให้กระดูกอ่อนกลับมาใหม่ได้จริงหรือไม่?
ในปี 2026 สมาคมแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูของสหรัฐฯ หรือ AAPM&R เผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับ PRP สำหรับข้อเข่าเสื่อม โดยรวบรวมงานวิจัยร่วมกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้แพทย์เลือกใช้การรักษานี้อย่างเหมาะสม
PRP ย่อมาจาก Platelet-Rich Plasma คือ พลาสมาที่มีเกล็ดเลือดเข้มข้น ซึ่งเตรียมจากเลือดของผู้ป่วยเอง ก่อนนำมาฉีดเข้าข้อเข่า
เกล็ดเลือดมีสารหลายชนิดที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตอบสนองและซ่อมแซมของร่างกาย การนำมาใช้ในข้อเข่าเสื่อมมีเป้าหมายเพื่อช่วยปรับสภาพการอักเสบ ลดอาการปวด และเพิ่มความสามารถในการใช้งานข้อ
PRP ไม่ใช่สเต็มเซลล์ และไม่ได้เป็นการเติมกระดูกอ่อนเข้าไปในข้อโดยตรง
คำแนะนำฉบับนี้เสนอให้พิจารณา PRP ในผู้ที่มี ข้อเข่าเสื่อมระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และยังมีอาการแม้ได้รับการรักษาพื้นฐานแล้ว เช่น การออกกำลังกาย กายภาพบำบัด การควบคุมน้ำหนัก หรือการใช้ยาตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีรักษาไม่ได้ดูจากภาพเอกซเรย์เพียงอย่างเดียว แพทย์ต้องประเมินอาการ ตรวจร่างกาย และพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เพราะอาการปวดเข่าอาจเกิดจากหลายสาเหตุ
สำหรับเข่าเสื่อมรุนแรง ผลจากการฉีด PRP เข้าข้อยังไม่แน่นอน และอาจต้องพิจารณาทางเลือกอื่น รวมถึงการผ่าตัดเมื่อมีข้อบ่งชี้
แม้จะเรียกว่า PRP เหมือนกัน แต่ผลิตภัณฑ์ที่เตรียมได้อาจแตกต่างกัน ทั้งจำนวนเกล็ดเลือด ปริมาตร และองค์ประกอบของเม็ดเลือดชนิดอื่น ความแตกต่างเหล่านี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่งานวิจัยให้ผลไม่ตรงกันทั้งหมด
บทความจึงให้ความสำคัญกับ ปริมาณเกล็ดเลือดทั้งหมดที่ผู้ป่วยได้รับ มากกว่าดูเพียงว่าฉีดกี่มิลลิลิตร หรือเข้มข้นกี่เท่า
สำหรับประชาชน ประเด็นนี้หมายความว่า ควรสอบถามแพทย์ถึงวิธีเตรียมและมาตรฐานของ PRP รวมถึงเหตุผลที่เลือกใช้กับอาการของตนเอง โดยไม่ตัดสินจากชื่อการรักษาหรือราคาเพียงอย่างเดียว

ยังไม่มีจำนวนครั้งที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
งานวิจัยพบว่าการฉีดหลายครั้งให้ผลดีกว่าครั้งเดียว คำแนะนำให้ประเมินการตอบสนองหลังฉีด ทั้งอาการปวด การเคลื่อนไหว และการทำกิจกรรม ก่อนวางแผนครั้งต่อไป
บทความแนะนำให้ใช้อัลตราซาวนด์นำทางการฉีด เพื่อให้แพทย์มองเห็นตำแหน่งเข็มและช่วยให้ฉีดเข้าข้อได้แม่นยำขึ้น หากมีน้ำในข้อ อาจพิจารณาดูดออกก่อนฉีดตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของการฉีดเป็นส่วนหนึ่งของคุณภาพการรักษา แต่ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ เพราะผลยังขึ้นกับสภาพข้อและปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละคนด้วย
หลังฉีดอาจมีอาการปวด บวม หรือตึงชั่วคราว แม้เตรียมจากเลือดของตนเอง ก็ยังมีความเสี่ยงจากหัตถการ เช่น เลือดออกหรือการติดเชื้อ
ก่อนรักษาควรแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้ให้ครบ โดยเฉพาะยาต้านเกล็ดเลือดและยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบ ไม่ควรหยุดยาประจำเอง แพทย์จะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
ยังจำเป็นครับ PRP ควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลข้อเข่าเสื่อมร่วมกับการฝึกกล้ามเนื้อ การปรับกิจกรรม และการควบคุมน้ำหนักเมื่อมีน้ำหนักเกิน
การประเมินผลจึงควรมองมากกว่าคะแนนปวด เช่น เดินได้ไกลขึ้นหรือไม่ ลุกจากเก้าอี้สะดวกขึ้นไหม และกลับไปทำกิจกรรมที่มีความหมายต่อชีวิตได้เพียงใด
หากคุณมีอาการปวดเข่า เดินไม่คล่อง หรือเริ่มทำกิจกรรมที่ชอบได้ลำบาก สามารถเข้ารับการตรวจประเมินที่ BoneFit Clinic ศูนย์ข้อเข่า เพื่อค้นหาสาเหตุ ประเมินระยะโรค และวางแผนการรักษาร่วมกับแพทย์ ทั้งการฟื้นฟู การใช้ยา หรือการฉีดเมื่อมีข้อบ่งชี้ โดยคำนึงถึงสุขภาพและเป้าหมายการใช้ชีวิตของคุณ
นพ.กนกพล ธนกิจรุ่งทวี
ว.43747