fbpx

อาการปวดขาเรื้อรังลามไปที่เข่า ? เช็กสาเหตุและการรักษา

ผู้หญิงกำลังมีอาการปวดเข่าเรื้อรังจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต

Key takeaway:

อาการปวดเข่าเรื้อรัง หรือปวดขาต่อเนื่องเกิน 3-6 เดือน มักมีสาเหตุมาจากข้อเข่าเสื่อม เส้นเอ็นอักเสบ หรือความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย หากปล่อยไว้อาจนำไปสู่ภาวะข้อติดแข็ง ปัจจุบันมีนวัตกรรมการรักษาแบบไม่ผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP) ซึ่งเป็นการใช้ Growth Factor จากเลือดตัวเองเข้าไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อและลดการอักเสบในระดับเซลล์ ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวได้คล่องตัวอีกครั้งโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน

Table of Contents

หลายคนมักปล่อยให้อาการปวดเข่าเรื้อรังกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน โดยคิดว่าเป็นเพียงความล้าจากการเดิน หรือการยืนนาน แต่ในความเป็นจริง อาการปวดขาเรื้อรังที่ลามมาถึงข้อเข่า อาจเป็นสัญญาณของความเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อน หรือการอักเสบของเส้นเอ็นที่สะสมจนร่างกายซ่อมแซมตัวเองไม่ทัน หากทิ้งไว้นาน ผลลัพธ์ที่ตามมาอาจไม่ใช่แค่ความรำคาญใจ แต่คือภาวะข้อติดแข็ง กระดูกผิดรูป จนสูญเสียคุณภาพชีวิตในที่สุด

แยกให้ออก ! ปวดเข่าเรื้อรัง เกิดจากอะไรได้บ้าง ?

โดยปกติแล้ว อาการปวดจากการบาดเจ็บทั่วไปมักจะหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรังที่กินเวลานานกว่า 3-6 เดือน นั่นหมายความว่าโครงสร้างภายในข้อเข่าอาจมีการเสื่อมสภาพ หรือเกิดการอักเสบที่รุนแรงเกินกว่าร่างกายจะจัดการเองได้ โดยสาเหตุหลักมักมาจากปัจจัยเหล่านี้

โรคข้อเข่าเสื่อม

นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของผู้ที่มีอาการปวดเข่าในระยะยาว ซึ่งเกิดจากการที่กระดูกอ่อนผิวข้อเริ่มสึกหรอและบางลง เมื่อไม่มีตัวรองรับ กระดูกสองท่อนจึงเสียดสีกันโดยตรง ทำให้เกิดความเจ็บปวด บวมแดง กระดูกงอกผิดรูป

เอ็นเข่าอักเสบเรื้อรัง 

เกิดจากการใช้งานซ้ำ หรือท่าทางที่ไม่เหมาะสมในชีวิตประจำวัน เช่น นั่งยอง ยกของผิดท่า หรือการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูงเป็นเวลานาน ทำให้เส้นเอ็นเกิดรอยฉีกขาดเล็ก ๆ สะสมจนกลายเป็นการอักเสบเรื้อรังที่รักษาไม่หายขาด

ถุงน้ำในข้อเข่าอักเสบ 

ภายในข้อเข่าจะมีถุงน้ำขนาดเล็ก ซึ่งทำหน้าที่ลดแรงเสียดทาน หากเกิดการอักเสบจะทำให้มีอาการปวดตื้อ บวมแดง รู้สึกตึงที่ข้อเข่าชัดเจน โดยเฉพาะเวลาที่ต้องงอเข่า หรือเหยียดเข่าสุด

ความผิดปกติของโครงสร้างเท้าและขา 

บ่อยครั้งที่อาการปวดขาเรื้อรังไม่ได้มีต้นตอมาจากเข่าโดยตรง แต่อาจเกิดจากภาวะเท้าแบน หรือขาโก่ง ซึ่งส่งผลให้การกระจายน้ำหนักผิดเพี้ยนไป กล้ามเนื้อขาต้องทำงานหนักเพื่อพยุงข้อเข่า ทำให้เกิดอาการปวดลามตั้งแต่น่องไปจนถึงข้อพับเข่า

การวินิจฉัยอาการปวด

ก่อนจะเริ่มทำการรักษา แพทย์จำเป็นต้องทราบถึงระยะของโรคและความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยกระบวนการวินิจฉัยที่แม่นยำประกอบด้วย

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย : แพทย์จะทดสอบช่วงการเคลื่อนไหวและหาจุดที่กดเจ็บที่สุด
  • X-ray หรือ MRI : เพื่อดูความแคบของช่องว่างระหว่างข้อเข่าและประเมินความเสียหายของเส้นเอ็น หรือหมอนรองกระดูกที่เอกซเรย์มองไม่เห็น
  • การประเมินการเดิน : เพื่อดูว่าความผิดปกติของโครงสร้างร่างกายส่วนอื่นส่งผลกระทบต่อเข่าอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้วางแผนการรักษาแบบองค์รวมได้ดีที่สุด

ตัวเลือกการรักษาอาการปวดเรื้อรัง

สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเข่าเรื้อรังและกังวลเรื่องความเสี่ยงจากการผ่าตัด หรือไม่อยากเสียเวลาพักฟื้นนาน ปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์ช่วยให้เราสามารถฟื้นฟูข้อเข่าได้โดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอ ซึ่งมีทางเลือกในการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงและเห็นผลชัดเจน ดังนี้

การรักษาแบบไม่ผ่าตัดพื้นฐาน

สำหรับผู้ที่สงสัยว่าหากปวดเข่าเรื้อรังจะรักษาอย่างไร โดยไม่ต้องผ่าตัด ? คำตอบคือการรักษาจะเน้นจัดการที่ต้นเหตุของแรงกดทับ ดังนี้

  • การกายภาพบำบัด : นักกายภาพจะช่วยออกแบบท่าออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหน้าขาให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงข้อต่อและลดแรงกระแทกโดยตรงที่ผิวข้อ
  • การปรับพฤติกรรมและลดน้ำหนัก : การลดน้ำหนักเพียง 5% ของตัวเลขบนตาชั่ง สามารถลดแรงกดทับที่เข่าได้มหาศาลในทุกย่างก้าว ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลเข่า เช่น ไม่นั่งท่างอเข่านาน หรือเลือกออกกำลังกายอย่างเหมาะสมโดยไม่เน้นการลงน้ำหนักมากเกินไป เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมได้อย่างยั่งยืน

การฉีดยาบรรเทาและเพิ่มความหล่อลื่น

หากการรับประทานยาเริ่มไม่ได้ผล หรือต้องการการดูแลที่ตรงจุดมากขึ้น การฉีดยาเข้าข้อเข่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดอาการปวดเข่าเรื้อรังได้อย่างรวดเร็ว

  • การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม : เป็นการฉีดสารที่มีความหนืดใกล้เคียงกับน้ำหล่อลื่นตามธรรมชาติของมนุษย์เข้าไปในข้อเข่า เพื่อทำหน้าที่ลดการเสียดสีของกระดูกอ่อนที่บางลง ช่วยให้ข้อเข่าขยับได้ลื่นไหลขึ้น 
  • การฉีดยาลดอักเสบ : ในกรณีที่มีอาการปวดเฉียบพลันและบวมแดงมาก แพทย์อาจใช้การฉีดสารลดอักเสบในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อหยุดวงจรความเจ็บปวดให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

นวัตกรรมฟื้นฟูเซลล์

ถือเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์คำถามที่ว่าปวดเข่าเรื้อรังรักษาอย่างไรไม่ต้องผ่าตัดได้ดีที่สุด เพราะไม่ได้เพียงแค่ช่วยบรรเทาปวด แต่เน้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อจากภายในด้วยการฉีดเกล็ดเลือดรักษาเข่าเสื่อม PRP ซึ่งเป็นการนำสารสกัดเข้มข้นจากเลือดตัวเองมาช่วยกระตุ้นการสมานตัวของเซลล์ที่สึกหรอ

แพทย์กำลังอธิบายสาเหตุอาการปวดขาเรื้อรังและการรักษา

เจาะนวัตกรรม PRP เปลี่ยนเลือดตัวเองให้เป็นยารักษา 

PRP (Platelet-Rich Plasma) คือนวัตกรรมทางการแพทย์ที่นำเลือดของผู้ป่วยมาผ่านกระบวนการปั่นแยกด้วยเครื่องเหวี่ยงสารความเร็วสูง เพื่อดึงเอาเกล็ดเลือดส่วนที่มีความเข้มข้นที่สุดมาฉีดกลับเข้าสู่บริเวณข้อเข่าที่มีการอักเสบหรือสึกหรอ โดยในเกล็ดเลือดเข้มข้นนี้จะมีสารที่เรียกว่า Growth Factors ซึ่งทำหน้าที่เสมือนอาหารเสริมเข้มข้น ที่ช่วยกระตุ้นการสมานและซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้เองตามธรรมชาติ โดยมีข้อดีที่น่าสนใจดังนี้

  • ช่วยลดอาการปวดและการอักเสบเรื้อรัง โดยจะเข้าไปจัดการที่ต้นเหตุของการปวดในระดับเซลล์
  • กระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ช่วยให้เนื้อเยื่อและกระดูกอ่อนที่เริ่มสึกหรอได้รับสารอาหารเพื่อซ่อมแซมตัวเอง
  • ส่งเสริมการทำงานของข้อต่อ เมื่อการอักเสบลดลง กล้ามเนื้อและข้อต่อจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ความปลอดภัยสูง เป็นทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัดและปลอดภัย เนื่องจากใช้เลือดของตัวผู้ป่วยเอง จะไม่มีอาการแพ้หรือสารตกค้าง

ฟื้นฟูเข่าเสื่อมด้วยเทคโนโลยีชีวภาพที่ Bonefit Clinic

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าต้องการรักษาด้วยวิธีนี้ คำถามต่อมาคือจะเลือกฉีด PRP เข่าที่ไหนดี ?  เพราะคุณภาพของเกล็ดเลือดเข้มข้นที่ได้ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีและเทคนิคของแพทย์ ซึ่งที่ Bonefit Clinic ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่ตอบโจทย์มากที่สุด

  • เทคโนโลยีสกัด : เลือกใช้เครื่องปั่นแยกที่ทันสมัยและน่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ความเข้มข้นของเกล็ดเลือดและ Growth Factor ที่มีคุณภาพสำหรับการซ่อมแซม
  • ดูแลโดยทีมสหวิชาชีพ : การรักษาไม่ได้จบแค่การฉีด แต่เรามีแพทย์เฉพาะทางออร์โธปิดิกส์ร่วมกับนักกายภาพบำบัดที่ช่วยออกแบบโปรแกรมฟื้นฟูหลังฉีด เพื่อให้กล้ามเนื้อและข้อต่อกลับมาทำงานได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด
  • การวินิจฉัยที่แม่นยำ : ตรวจประเมินอย่างละเอียดเพื่อยืนยันว่าอาการเหมาะกับการทำ PRP หรือไม่ เพื่อความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการรักษา

หากเริ่มมีสัญญาณอาการปวดขาเรื้อรัง อย่ารอจนก้าวเดินลำบาก รีบปรึกษา Bonefit Clinic เพื่อรับการตรวจประเมินเบื้องต้นและฟื้นฟูข้อเข่าด้วยเกล็ดเลือดเข้มข้นคุณภาพสูง เพื่อให้สามารถกลับมาเดินได้อย่างมั่นใจในทุกก้าว นัดหมายแพทย์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 092-629-7964 หรือ LINE: @bonefitclinic

ข้อมูลอ้างอิง 

  1. Platelet-Rich Plasma (PRP). สืบค้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569. จาก https://orthoinfo.aaos.org/en/treatment/platelet-rich-plasma-prp/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาอาการปวดเข่าเรื้อรังด้วย PRP (FAQs)

A : โดยปกติจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ในเรื่องการลดปวดหลังการฉีดประมาณ 2-4 สัปดาห์ ทั้งนี้จำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรคและความเสื่อมสภาพของข้อต่อ ซึ่งแพทย์จะประเมินผลเป็นรายบุคคลเพื่อวางแผนการรักษาที่ต่อเนื่อง

A : หลังฉีดไม่ต้องพักฟื้น สามารถเดินและใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่อาจมีอาการตึง หรือหน่วงในข้อ 1-2 วันแรก จึงควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักหรือการยกของหนักในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังรับบริการ

A : สามารถทำได้ เนื่องจากเป็นการใช้เลือดของตัวผู้ป่วยเองจึงไม่มีผลข้างเคียงจากสารเคมี หรือสเตียรอยด์ อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวและรายการยาที่ทานอยู่ โดยเฉพาะยาละลายลิ่มเลือด ให้แพทย์ทราบก่อนเริ่มกระบวนการสกัดเลือด

เรียบเรียงโดย

นพ. กนกพล ธนกิจรุ่งทวี (หมอนิก)

แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ อนุสาขาข้อเข่าและข้อสะโพก 

การรักษาด้วยเซลล์บำบัด